เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ประกาศว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) องค์กรภาคประชาสังคมไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของสหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) จากข้อกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งวุฒิสภา อันมีสามาชิก 200 ที่นั่ง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-26 มิถุนายน 2567 สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากลและองค์การต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) ภายใต้กรอบการดำเนินงานของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders) ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล งดเว้นการยื่นฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวไทย อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบในการตรวจสอบกิจการสาธารณะและส่งเสริมความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย
ปารีส-เจนีวา, 4 สิงหาคม 2569. การดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้ยื่นหนังสือต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อขอให้รัฐสภาตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่านักการเมือง 9 คนจากพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน รัฐมนตรี 5 คน และบุคคลสำคัญระดับสูงของพรรคอีก 3 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการการบิดเบือนการเลือกตั้งวุฒิสภาในเดือนมิถุนายน 2567
จากการสืบสวนของ iLaw พบว่าหลักฐานและคำให้การของพยานชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติหลายประการ รวมถึงการจัดเตรียมผู้สมัคร การแจกจ่ายคำแนะนำในการลงคะแนน และการให้ผลประโยชน์ทางการเงินแก่ผู้สมัครโดยเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ในหลายขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเที่ยงธรรมและความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
ต่อมาในวันเดียวกันนั้น พรรคภูมิใจไทยได้จัดการแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคในกรุงเทพมหานคร โดยศุภชัย ใจสมุทร ผู้แทนฝ่ายกฎหมายของพรรค ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและประกาศว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงในคำร้องจะดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทยิ่งชีพ ฐานทำลายชื่อเสียงของพวกเขา
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพาดพิงในคำร้องดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษยิ่งชีพ ในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สมพาน พละศักดิ์ และแดง กองมา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษข้อหาหมิ่นประมาททางอาญาแยกกันคนละคดี ต่อยิ่งชีพ ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จากกรณีที่ยิ่งชีพโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกล่าวหาว่าพวกเขาทั้งสองขาดคุณสมบัติที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปี 2567
การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในสถานที่ที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งยิ่งชีพอยู่เป็นหลัก ทำให้เขาต้องแบกรับภาระเพิ่มเติมในการเดินทางเพื่อต่อสู้คดี อันเป็นลักษณะการดำเนินคดีที่มักพบในคดีฟ้องปิดปาก (Strategic Lawsuits Against Public Participation : SLAPPs) มาตรา 326 และ 328 แห่งประมวลกฎหมายซึ่งบัญญัติความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งโดยทั้งองค์กรภาครัฐและองค์กรที่ไม่ใช่รัฐในการดำเนินคดี SLAPP เพื่อข่มขู่ ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนขอเน้นย้ำว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 iLaw มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมในประเทศไทย องค์กรได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายและคำสั่งที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งประกาศใช้ภายหลังการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 พร้อมทั้งรณรงค์เพื่อผลักดันการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรณรงค์ทางออนไลน์ นอกจากนี้ องค์กรยังได้ทำงานสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการปฏิรูปกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะผ่านการรณรงค์รวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายและการผลักดันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความโปร่งใสของการเลือกตั้งผ่านการติดตามและบันทึกความผิดปกติในการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการระดมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเดือนมิถุนายน 2567 ก่อให้เกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ ภายใต้ระบบการคัดเลือกใหม่ ผู้สมัครกว่า 40,000 คนลงคะแนนเสียงกันเองผ่านกระบวนการคัดเลือกหลายรอบในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คน ผลการเลือกตั้งดังกล่าวนำไปสู่การตรวจสอบของสาธารณชน อันเนื่องมาจากจำนวนที่สูงเกินสัดส่วนของผู้สมัครที่ได้รับเลือกจากจังหวัดที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคภูมิใจไทย
การสืบสวนซึ่งดำเนินการร่วมกันโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรมสอบสวนพิเศษ ได้สร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยผลการสืบสวนพบหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับบุคคลจำนวน 229 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา 138 คน และบุคคลทางการเมือง 91 คนที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติกลับความเห็นจากผลการสืบสวนดังกล่าว ความเห็นที่ขัดแย้งกันได้ถูกส่งให้ กกต. พิจารณาวินิจฉัยเป็นที่สุด ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนขอประณามการดำเนินคดีอาญาต่อยิ่งชีพ ซึ่งมีลักษณะเป็นการตอบโต้ต่อการใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสงบของเขา อันเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights ; ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งหมด พร้อมทั้งขอให้เร่งดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยกเลิกการกำหนดความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา ภายใต้มาตรา 326 และ 328 ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อข่มขู่ ปิดปาก และคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย